พลังบวก status update

เห็นคนพูดกันเรื่องล่าแม่มดกับ Social Sanction มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกความเห็นอะไร
มาช่วงนี้มีเรื่อง AF7 คนดังเข้ามาอีกเลยกลายเป็นกระแสอีกครั้ง คราวนี้ขอเขียนถึงนิดหน่อย ในนามส่วนตัวนะครับไม่เกี่ยวกับใคร

Social Sanction คือการล่าแม่มด จริงหรือ?

เมื่อศึกษาดูแล้วจะพบว่าสองคำนี้มีสาระสำคัญที่ต่างกันดังนี้

ล่าแม่มด มีที่มาจากในอดีตเวลาที่มีโรคภัยไข้เจ็บระบาด หรือ ภัยธรรมชาติที่คนหาสาเหตุไม่ได้ หรือเงื่อนไขอื่นๆอาจจะทางการเมือง ผู้คนที่ตระหนกอาจถูกชี้นำในทางที่ผิดได้ว่า
ต้นเหตุเกิดจากแม่มด จึงต้องไปล่ามา ผู้ถูกล่าอาจถูกประหารทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานใดๆ เช่น เดินขากระเผลกหรือเลี้ยงแมวดำก็ถูกหาว่าเป็นแม่มด

หากนำมาใช้ในยุคปัจจุบัน การล่าแม่มดควรจะหมายถึง การกล่าวหาด้วยข้อหาใหญ่เพื่อนำมาลงโทษ โดยไม่มีหลักฐานใดๆ แค่สงสัยว่าทำแบบนี้แบบนั้น

ส่วนคำว่า Social Sanction ที่จริงแล้วมีศัพท์เฉพาะที่ชัดเจนกว่าคือ “Social Control” มาตรการควบคุมทางสังคม ซึ่งนักสังคมวิทยาแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ มาตรการก่อนเกิดเหตุ เช่น การหารือเพื่อกำหนดค่านิยมทางสังคม (Social Norm) ว่าเรายอมรับกันแบบนี้
เป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควรกระทำในสังคม เช่นกรณีของ #TWT4TH หรือ ปฎิญญาเนชั่น

อีกแบบเป็นมาตรการหลังเกิดเหตุคือการแทรกแซงหรือ Sanction สามารถทำได้ทั้งเชิงบวก เช่น ชื่นชมหรือให้รางวัล หรือเชิงลบคือการลงโทษทางสังคม เริ่มจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิไปจนรุนแรงถึงขั้นด่าทอให้ละอาย หรือแม้แต่การเสียดสี ดังที่ผมแปะวิดีโอฉากหนึ่งในหนังเก่าคลาสสิคในสมัยนั้น
เรื่อง “The Wall” ของวง Pink Floyd ซึ่งมีการเสียดสีระบบการศึกษาแบบ “ครูเป็นศูนย์กลาง” ในสมัยก่่อนด้วยการทำให้ครูเป็นตัวตลกขบขับ เก็บกดมาจากบ้านก็มาระบายกับนักเรียน และเปรียบเทียบนักเรียนในโรงเรียนราวกับเนื้อที่ถูกผลิตออกมาจากโรงงานพร้อมที่จะถูกบดออกมาเป็นเนื้อบดแบบเดียวกัน

Social Sanction กับ ล่าแม่มด สองคำนี้จึงมีความหมายต่างกัน ต้องไม่ดูที่คำพูดอย่างเดียวแต่ควรดูที่การกระทำว่าแต่ละอย่างเป็นแบบไหนกันแน่ครับ