พลังบวก status update

http://lh6.ggpht.com/_SJ_koKL8jJM/TEaVW9hIXgI/AAAAAAAAAFs/pnzHw_g2phs/s800/cover%20119_co.jpg

a day with a view: คุยกับ ภาณุ อิงควัต นายกสมาคมแฟชั่นไทย / เจ้าของแบรนด์ Grey Hound / เสาหลักแห่งวงการโฆษณา ครีเอทีฟอดีตผู้บริหารลีโอ เบอร์เน็ทท์ / หัวขบวนเครือข่ายพลังบวก

http://www.thaireform.in.th/plugins/content/mavikthumbnails/thumbnails/265x184-images-stories-news_june10-1907533.jpg

จากเนื้อเรื่อง “ขอโทษประเทศไทย” เป็น “อย่ามองข้ามพลังบวกในตัวคุณ” โฆษกเครือข่ายพลังบวกเผย เนื้อเรื่องจะอ่อนลง ไม่ทำให้คนสะอึกเช่นเดิม ขณะที่นายกฯอภิสิทธ์ เปิดดูแล้ว มองบวกเป็นเจตนาดีของผู้จัดทำต้องการกระตุ้นเตือนให้ทุกฉุกคิด รับผิดชอบ

http://www.thaipbs.or.th/s1000_obj/content_obj/html/716924/Obj/29.jpg

นายภาณุ อิงคะวัต ประธานเครือข่ายพลังบวก กล่าวถึงการทำโฆษณา “ขอโทษประเทศไทย”ว่า มีจุดมุ่งหมายว่าทำให้คนไทยได้ฉุกคิดว่าประเทศไทยกำลังมีปัญหาอย่างไร ซึ่งไม่ใช่แค่ปลายเหตุที่มีการชุมนุม และเกิดการเผาตามสถานที่ต่างๆ เท่านั้น แต่มีที่มาที่ไปอีกมากมายซึ่งหากไม่ไปเจาะถึงรากแห่งปัญหา จะทำให้เราแก้ปัญหานั้นได้เพียงระยะสั้นๆเท่านั้น และมันจะกลับมาเกิดอีก จึงอยากกระตุ้นให้คนไทยเข้าใจปัญหาว่า ยังมีเรื่องลึกลับซับซ้อนที่เราคนไทยควรจะเข้าไปแก้ไขปัญหาอีกมากมายในสังคม ไทย

          “เครือข่ายพลังบวกมีจุดมุ่งหมายว่าในฐานะคนไทย เราทำอะไรได้บ้าง ซึ่งพยายามสื่อสารในทางบวก เพื่อให้ทุกคนได้มองภาพบวก”นายภาณุ กล่าว

          นายเกียรติศักดิ์ วัฒนศักดิ์ คณะกรรมการตรวจพิจารณาการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ กล่าวว่า จริงๆแล้วตนเองชอบโฆษณาชุดนี้ แต่ต้องทำความเข้าใจคณะกรรมการพิจารณาการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์นั้นถูกตั้ง โดยสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ โดยมีพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 ซึ่งมีเรื่องให้เราต้องพิจารณาหลายเรื่องอาทิ เรื่องข้อความที่เป็นเท็จ ข้อความที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ ข้อความสนับสนุนทางตรงทางอ้อมไม่ให้ผิดกฎหมาย และ ข้อความที่ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก หรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน และอื่นๆตามที่กฎกระทรวงกำหนด

          ซึ่งคณะกรรมการจะมาจากทีวีทั้ง 4 ช่อง และ เชิญตัวแทนจากกลุ่มโฆษณามาให้ความเห็นในมุมมองผู้ประกอบการ วันที่มีการส่งเซ็นเซอร์ตนเองร่วมเป็นกรรมการร่วมกับตัวแทนช่องต่างๆด้วย พอได้ดูกรรมการทุกคนชอบโฆษณาชุดนี้ แต่มีประเด็นหลายๆอย่างไม่อนุญาต เช่น การแต่งกายหรือชุด ไม่มีการส่งเอกสารใดๆเข้ามาเลย เอกสารต่างๆประกอบการพิจารณาไม่ได้ส่งเข้ามา ชุดราชการ ชุดพระสงฆ์ ไม่รู้ว่าได้ขออนุญาตหรือไม่ แม้แต่เป็นภาพข่าวก่อนจะนำเสนอต้องสอบถามไปยังต้นสังกัดว่าสามารถใช้ได้ไหม และนำภาพข่าวมาโฆษณาได้ไหม ซึ่งเอกสารเราไม่มีเลย แล้วเราจะให้ไปได้ผ่านไปอย่างไร โดยข้อ 4 ความแตกแยกความสามัคคีมันสามารถมองได้ 2 ด้านเสมอ

          นายภาณุกล่าวอีกว่า รู้ขั้นตอนการทำโฆษณาเป็นอย่างดีเพราะอยู่ในวงการนี้ ซึ่งหลักฐานสามารถส่งให้ในภายหลังได้ ซึ่งเข้าใจคณะกรรมการเป็นอย่างดีในการทำหน้าที่ของเขาคือ ตักเตือนในสิ่งที่เห็นว่าไม่เหมาะสม หรือกลัวว่าจะเป็นปัญหาในอนาคต เราเข้าใจ เพียงแต่เสียดายที่หนังเรื่องนี้ไม่ได้ออก

          ส่วนเรื่องฉากและองค์ประกอบ เป็นเหตุการณ์จริงส่วนใหญ่ มีเพียงเรื่องละครบางฉากที่เราทำเอง ปัญหาตอนนี้คือ เราจะได้ดูหนังเรื่องนี้ไปฉายหรือเปล่า สังคมต้องให้คำตอบ ซึ่งเข้าใจว่ามีทั้งชอบและไม่ชอบ

          นายเกียรติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การใช้ภาพจริงได้แต่ต้องมีการขออนุญาตเจ้าของภาพก่อน กลัวแต่เพียงว่าเกิดการเข้าใจผิด โดยเฉพาะเรื่องความสามัคคี และผลกระทบออกมา ที่เราห่วง เช่นภาพคนที่ใส่นั่งกางเกงใน หรือโครงการโฮปเวลล์ ก็ยังอยู่ในระหว่างดำเนินคดี ซึ่งในโฆษณาก็ได้ตัดสินไปแล้ว

http://www.bangkokbiznews.com/home/media/2010/07/18/images/news_img_343626_1.jpg

แบนหนังโฆษณา “ขอโทษประเทศไทย” ห้ามออกอากาศฟรีทีวี “ภาณุ อิงคะวัต” เสียใจ ชี้อาจโดนใจดำบางคน

กระทู้ที่หนุ่ยไปตั้งไว้ใน Pantip เกิดกระแวิจารณ์กันมากมาย

เป็นสมาชิกขององค์กรนี้อยู่ วันนี้ได้ E-mail มา เป็น Viral VDO + mail ที่ดีมาก

เห็นคนพูดกันเรื่องล่าแม่มดกับ Social Sanction มานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกความเห็นอะไร
มาช่วงนี้มีเรื่อง AF7 คนดังเข้ามาอีกเลยกลายเป็นกระแสอีกครั้ง คราวนี้ขอเขียนถึงนิดหน่อย ในนามส่วนตัวนะครับไม่เกี่ยวกับใคร

Social Sanction คือการล่าแม่มด จริงหรือ?

เมื่อศึกษาดูแล้วจะพบว่าสองคำนี้มีสาระสำคัญที่ต่างกันดังนี้

ล่าแม่มด มีที่มาจากในอดีตเวลาที่มีโรคภัยไข้เจ็บระบาด หรือ ภัยธรรมชาติที่คนหาสาเหตุไม่ได้ หรือเงื่อนไขอื่นๆอาจจะทางการเมือง ผู้คนที่ตระหนกอาจถูกชี้นำในทางที่ผิดได้ว่า
ต้นเหตุเกิดจากแม่มด จึงต้องไปล่ามา ผู้ถูกล่าอาจถูกประหารทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานใดๆ เช่น เดินขากระเผลกหรือเลี้ยงแมวดำก็ถูกหาว่าเป็นแม่มด

หากนำมาใช้ในยุคปัจจุบัน การล่าแม่มดควรจะหมายถึง การกล่าวหาด้วยข้อหาใหญ่เพื่อนำมาลงโทษ โดยไม่มีหลักฐานใดๆ แค่สงสัยว่าทำแบบนี้แบบนั้น

ส่วนคำว่า Social Sanction ที่จริงแล้วมีศัพท์เฉพาะที่ชัดเจนกว่าคือ “Social Control” มาตรการควบคุมทางสังคม ซึ่งนักสังคมวิทยาแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ มาตรการก่อนเกิดเหตุ เช่น การหารือเพื่อกำหนดค่านิยมทางสังคม (Social Norm) ว่าเรายอมรับกันแบบนี้
เป็นสิ่งที่ควรหรือไม่ควรกระทำในสังคม เช่นกรณีของ #TWT4TH หรือ ปฎิญญาเนชั่น

อีกแบบเป็นมาตรการหลังเกิดเหตุคือการแทรกแซงหรือ Sanction สามารถทำได้ทั้งเชิงบวก เช่น ชื่นชมหรือให้รางวัล หรือเชิงลบคือการลงโทษทางสังคม เริ่มจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิไปจนรุนแรงถึงขั้นด่าทอให้ละอาย หรือแม้แต่การเสียดสี ดังที่ผมแปะวิดีโอฉากหนึ่งในหนังเก่าคลาสสิคในสมัยนั้น
เรื่อง “The Wall” ของวง Pink Floyd ซึ่งมีการเสียดสีระบบการศึกษาแบบ “ครูเป็นศูนย์กลาง” ในสมัยก่่อนด้วยการทำให้ครูเป็นตัวตลกขบขับ เก็บกดมาจากบ้านก็มาระบายกับนักเรียน และเปรียบเทียบนักเรียนในโรงเรียนราวกับเนื้อที่ถูกผลิตออกมาจากโรงงานพร้อมที่จะถูกบดออกมาเป็นเนื้อบดแบบเดียวกัน

Social Sanction กับ ล่าแม่มด สองคำนี้จึงมีความหมายต่างกัน ต้องไม่ดูที่คำพูดอย่างเดียวแต่ควรดูที่การกระทำว่าแต่ละอย่างเป็นแบบไหนกันแน่ครับ

(CNN) ประธานาธิปดีโอบามาประกาศเมือวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะมีโครงการลงทุนใหม่ของรัฐบาลใน 66 โครงการที่จะขยายการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ มาจากงบก้อนใหญ่ 795 ล้านเหรียญที่เคยประกาศไว้ในปี 2009 โอบามาบอกว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดงานก่อสร้างและติดตั้งกว่า 5,000 แห่ง มีการลงทุนจากภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 200 ล้านเหรียญ คาดว่าโครงการนี้จะการสร้างงานใหม่ๆเป็นร้อยเป็นพัน ผู้ได้รับประโยชน์คือธุรกิจกว่า 685,000 แห่ง ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกว่า 900 แห่งใน 50 รัฐ ประโยคที่สะดุดหูผมมากที่สุดคือที่โอบามาบอกว่าจะเป็นการผลักดันประเทศให้เป็น “smarter, stronger, more secure electrical grid.”

ในการลงทุนอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือ บรอดแบนด์ ในภาครัฐมีประเด็นสองจุดที่น่าสนใจคือ 1. ควรลงทุนเพื่อจุดที่ด้อยโอกาสเช่นในชนบท เพราะเอกชนจะลงทุนไม่คุ้ม ต้องเป็นภาครัฐช่วยในการลงทุนลดความเหลื่อมล้ำในสังคมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และ 2. ถ้ามองเฉพาะเป็นแหล่งข้อมูลการลงทุนอาจจะไม่คุ้มค่า ให้มองไปถึงเทคโนโลยี Smart Grid ด้วย คือต้องทำงานร่วมกับการไฟฟ้า ลองคิดดูว่าหากทุกบ้านเปลี่ยนมิเตอร์เป็น Smart Meter (ทำหน้าที่เป็นเราท์เตอร์ในตัว) ทุกบ้านที่ไฟฟ้าเข้าถึงจะมีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงบ้านทันที ทำให้ราคาเน็ตลดลงได้โดยง่าย และข้อมูลการใช้ไฟฟ้าตามจริงจะถูกป้อนกลับมายังโรงไฟฟ้า ทำให้ไม่จำเป็นต้องผลิตไฟฟ้าเกินความจำเ็น เป็นจำนวนมากแบบทุกวันนี้ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลือง หากสามารถผลิตไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานจริงได้แบบ RealTime จะลดการสูญเสียพลังงานได้เป็นจำนวนมหาศาล นั่นหมายถึงลดการตัดไม้ทำลายป่า และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่

http://edition.cnn.com/2010/POLITICS/07/01/obama.broadband.connection/?fbid=DjjXVDdxR5O

Don't Cram

CrisisCamp เป็นกิจกรรม Barcamp Style ลองวาดโลโก้สองแบบ คือ เป็นลูกโลกกับธงชาติ
อาจจะเลือกใช้สักแบบ หรือทั้งคู่ หรือลองเสนอแบบใหม่ได้ครับ

CrisisCamp เป็นกิจกรรม Barcamp Style ลองวาดโลโก้สองแบบ คือ เป็นลูกโลกกับธงชาติ

อาจจะเลือกใช้สักแบบ หรือทั้งคู่ หรือลองเสนอแบบใหม่ได้ครับ